ทีมนั้นน่าจะเป็น เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การทำทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ

ผมเคยเขียนบทความไปเมื่ออาทิตย์ก่อนว่า ถ้าจะมีทีมไหนลุ้นท้าชิงพื้นที่บิ๊กซิกซ์เยอะที่สุดในฤดูกาลนี้ ทีมนั้นน่าจะเป็น เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การทำทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ   

ufa1688

แม้ว่าฤดูกาลก่อน ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินจะจบฤดูกาลด้วยอันดับ 12 ซึ่งเป็นอันดับที่แย่ที่สุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ซีซั่น 2003-04 ที่ได้แค่อันดับ 17 แต่การเสริมทัพโดยเน้นเพิ่มคุณภาพที่แดนกลาง ทำให้เราได้เห็นว่า เอฟเวอร์ตัน มี 11 คนแรกที่ไว้ใจได้ยาวๆ แล้วจริงๆ
ผลงานชวนหลงใหลในเกมลุกเฉือน ไก่เดือยทอง 1-0 ทำให้กองเชียร์ทอฟฟี่ที่เมืองผู้ดี เริ่มฝันไกล โดยถึงขั้นเปรียบเทียบแผงมิดฟิลด์โฉมใหม่ของทีมรักขณะนี้ กับแดนกลางของ เอซี มิลาน ยุครุ่งเรือง ตอนที่มี อันเช่ เป็นกุนซือ
ฮาเมส โรดริเกซ เปรียบดั่ง กาก้า ที่เป็นพระเอกในการทำเกมรุกของทีม 
สตาร์ทีมชาติโคลอมเบียคือนักเตะที่สร้างโอกาสลุ้นประตูได้เยอะที่สุดใน Premier League ช่วงสุดอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 ครั้ง) มีโอกาสซัดเอง 3 หน โดยเกือบเปิดซิงด้วยการยิงได้จากลูกปั่นโค้งเฉี่ยวเสาช่วงครึ่งเวลาแรก
.
อัลลัน เหมือนกับ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ที่ไล่เก็บกวาดแดนกลางให้อย่างหมดจด 
 Stats เมื่อคืนนี้ เขาเข้าปะทะสำเร็จไป 4 ครั้ง เคลื่อนที่ช่วยเอาบอลกลับมาให้ทีมได้ครอบครอง 8 ครั้ง และดักตัดบอลได้อีก 3 หน
.
อับดูลาย ดูกูเร่ ที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่รายล่าสุด ทำหน้าที่คล้าย คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ที่เป็นไปได้ด้วยพละกำลังในการขับเคลื่อนเกม 
ในเกมรุกเขาสร้างโอกาสได้ 4 ครั้ง ส่วนเกมรับช่วยดักตัดบอล และเข้าปะทะสำเร็จอีกอย่างละ 2 หน
.
ส่วนนักเตะหน้าเก่าอย่าง อันเดร โกเมส เหมือนกับ อันเดรีย ปีร์โล่ คือตัวที่ทำหน้าที่เชื่อมเกม แจกจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำที่สุดตรงกลางสนาม

การประเดิมฤดูกาล 2020-21 ด้วย 3 คะแนนเต็มพร้อมคลีนชีต ทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ คือกุนซือคนแรกที่สามารถยัดเยียดความปราชัยให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้ตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล
ก่อนหน้านี้ ตลอดอาชีพการคุมทัพของ มูรินโญ่ ไม่ว่าจะไปคุมสโมสรไหน เขาไม่เคยแพ้ในเกมลีกอาทิตย์แรกมาก่อนเลย (ชนะ 11 เสมอ 7) หากนับเฉพาะใน Premier League คือ ชนะ 9 เสมอ 1
นี่ยังเป็นการบุกชนะ ท็อตแนมฯ ได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษของสโมสรอีกต่างหาก หลังจาก 11 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ ผลงานบุกเยือนไก่เดือยทองของทีมทอฟฟี่ในลีก คือเสมอ 4 แพ้ 7
ไม่เพียงแต่การบุกชนะ สเปอร์ จะเป็นงานยากเท่านั้น แต่ Stats ยังกล่าวว่า เอฟเวอร์ตัน ไม่สามารถบุกชนะทีมระดับ “บิ๊กซิกซ์” ใน Premier League มานานถึง 40 นัดติดต่อกันเลยทีเดียว 
ครั้งสุดท้ายที่ทำได้ คือเกมลุกเฉือน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชุดที่มี เดวิด มอยส์ เป็นกุนซือ 1-0 เมื่อเดือนธันวาคม 2013
ส่วน 6 เกมที่เยือนบิ๊กซิกซ์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ได้แค่คะแนนเดียวด้วยการบุกเสมอปีศาจแดง 1-1 ที่ สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด นอกนั้นแพ้รวด
แม้ 3 คะแนนที่ได้จากการบุกเฉือนทีมของ มูรินโญ่ จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการแข่งขันระยะยาวถึง 38 นัด แต่นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า เอฟเวอร์ตัน ของ อันเชล็อตติ จะไม่ใช่ทีมที่เป็นรองพวกยอดทีมเสมอไปอีกแล้ว  กลางอาทิตย์นี้ เชื่อว่า “พี่แจ้” คงจัดทีมชุดสำรองทั้งหมดในเกมเปิดบ้านรับมือ ซัลฟอร์ด ซิตี้ ในศึก คาราบาว คัพ รอบ 2 
เพราะการลุ้นคว้าชัยชนะในลีก 2 นัดรวด ในช่วงหัวค่ำวันเสาร์หน้า น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า
เหลือบดู Program ในลีกที่รอ เอฟเวอร์ตัน อยู่จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม ถือว่าไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ที่ อันเชล็อตติ จะนำทีมเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไว้จนถึงตอนนั้น
นัดที่ 2 พบ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (เหย้า)
นัดที่ 3 พบ คริสตัล พาเลซ (เยือน)
นัดที่ 4 พบ ไบรท์ตัน (เหย้า)
นัดที่ 5 พบ หงส์แดงลิเวอร์พูล (เหย้า)
นัดที่ 6 พบ เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน)
นัดที่ 7 พบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (เยือน)
มีเพียงเกม เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่จะต้องรับมือแชมป์เก่าในแมตช์วีคที่ 5 เพียงเกมเดียว ที่บอกได้ว่าคู่แข่งมีศักยภาพเหนือกว่า 
และเหลือบดู Program แล้ว มันไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ที่ เอฟเวอร์ตัน จะกวาดคะแนนได้ไม่น้อยกว่า 15 คะแนนเมื่อผ่าน 2 เดือนแรกของฤดูกาล
คาร์โล อันเชล็อตติ เคยบอกไว้แล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่าเป้าหมายของ เอฟเวอร์ตัน ในปีแรกที่เขาจะได้คุมทีมแบบเต็มซีซั่น ต้องกล้าฝันถึงการไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก
ด้วย 11 ตัวจริงที่ลงตัว แทบไม่ต้องพะวงเกมกลางอาทิตย์ และอยู่ภายใต้การคุมทัพของยอดโค้ชระดับโลก ถือว่าการหวังสูงของอันเช่ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่โจทย์ของการก้าวข้ามสถานะ “ทีมกลางตาราง” คือต้องบริหารจัดการขุมกำลังให้ดีๆ เพราะพวกเขาไม่ได้มีตัวเลือกที่ดีมากมายเหมือนพวกสโมสรใหญ่ ในยามที่มีใครเดี้ยงหรือติดโทษแบน
และอีกเรื่องสำคัญที่ อันเชล็อตติ จำต้องทำให้ได้ คือการรักษามาตรฐานดีเอาไว้ให้สม่ำเสมอ ถ้าวันไหนสะดุด ก็ต้องคัมแบ็กได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่สร้างความฮือฮาแค่ประเดี๋ยว แล้วจู่ๆ บทจะหลุดก็เป๋ยาวดื้อๆ ซะอย่างนั้น
เลสเตอร์ปีที่แล้ว เคยเป็นตัวอย่างที่น่าเสียดายมาแล้ว และบรรดาเอฟเวอร์โตเนี่ยนคงไม่อยากเห็นทีมรักของพวกเขาเป็นแบบนั้นในฤดูกาลนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *